เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองจังหวัดสุพรรณบุรี สนธิกำลังร่วมกับเจ้าหน้าที่ทหาร กอ.รมน. จังหวัดสุพรรณบุรี และฝ่ายปกครองอำเภอเดิมบางนางบวช รวมกำลังกว่า 30 นาย เข้าปฏิบัติการบุกจับบ่อนไก่ชน ภายในบ้านเลขที่ 6 หมู่ 4 ตำบลยางนอน อำเภอเดิมบางนางบวช จังหวัดสุพรรณบุรี หลังได้รับเรื่องร้องเรียนจากชาวบ้านในพื้นที่ว่า มีการลักลอบเปิดให้เล่นพนันชนไก่อย่างต่อเนื่อง และสร้างความเดือดร้อนให้กับคนในละแวกใกล้เคียง

ก่อนเข้าจับกุม เจ้าหน้าที่ได้ส่งสายลับลงพื้นที่สืบหาข้อมูล กระทั่งทราบว่า สถานที่ดังกล่าวเปิดให้มีการตีไก่และลักลอบเล่นการพนันมานาน โดยจะเปิดเล่นเป็นประจำทุกวันจันทร์ ช่วงเวลาประมาณ 07.00 ถึง 14.00 น. และในวันที่เข้าตรวจค้นพบว่ามีนักพนันเข้ามาร่วมเล่นจำนวนมากกว่า 100 คน เจ้าหน้าที่จึงวางแผนเข้าจู่โจมแบบสายฟ้าแลบ โดยใช้รถตู้ทึบ รถกระบะ และรถยนต์อเนกประสงค์ เคลื่อนกำลังเข้าพื้นที่เพื่อหลบเลี่ยงการสังเกตจากคนเฝ้าดูต้นทางของบ่อน

เมื่อเจ้าหน้าที่ไปถึงจุดเกิดเหตุ พบรถยนต์และรถจักรยานยนต์จอดอยู่เป็นจำนวนมาก ภายในโดมของบ่อนไก่มีผู้คนกำลังส่งเสียงเชียร์ไก่ชนและต่อรองราคาพนันกันอย่างคึกคัก ทันทีที่เจ้าหน้าที่แสดงตัวเข้าปิดล้อม บรรดานักพนันต่างแตกฮือวิ่งหลบหนี บางคนปีนรั้วตาข่ายหนีเข้าไปทางป่าด้านหลัง บางส่วนวิ่งกระจัดกระจายไปคนละทิศละทาง ทำให้เกิดความชุลมุนขึ้นในพื้นที่จับกุม

จากการปฏิบัติการครั้งนี้ เจ้าหน้าที่สามารถควบคุมตัวผู้ต้องหาไว้ได้ 60 คน พร้อมของกลางหลายรายการ ได้แก่ สังเวียนชนไก่ 1 อัน ไก่ชน 2 ตัว นาฬิกาจับเวลา 1 เรือน เงินสดที่ใช้เล่นการพนัน 2,000 บาท สุ่มไก่ 2 ใบ สมุดจดคู่ชนไก่ 1 เล่ม และสมุดจดราคาพนันชนไก่ 30 เล่ม

รายงานระบุด้วยว่า ผู้ถูกจับกุมมีตั้งแต่วัยรุ่น วัยกลางคน ไปจนถึงผู้สูงอายุ อายุประมาณ 70 ถึง 87 ปี และในระหว่างที่พยายามหลบหนี มีนักพนันรายหนึ่งได้รับบาดเจ็บ หลังปีนรั้วแล้วตกลงมากระแทกพื้นบริเวณหัวเข่า นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ยังจับกุมนายประเสริฐ แก้วน้อย ซึ่งรับว่าเป็นเจ้าบ้านและเจ้าของสถานที่เกิดเหตุ

หลังการจับกุม เจ้าหน้าที่ได้นำตัวผู้ต้องหาทั้งหมดพร้อมของกลาง ไปทำบันทึกจับกุมและจัดทำประวัติที่หอประชุมอำเภอเดิมบางนางบวช ก่อนส่งตัวให้พนักงานสอบสวน สภ.ทุ่งคลี ดำเนินคดีตามกฎหมาย ในข้อหาเป็นผู้จัดให้มีการพนันชนไก่พนันเอาทรัพย์สินโดยไม่ได้รับอนุญาต และร่วมกันลักลอบเล่นการพนันชนไก่โดยไม่ได้รับอนุญาต

ขอบคุณ ที่มา : https://www.topnews.co.th/news/1518174

