สวัสดีแฟนรายการและผู้อ่านเว็บไซต์สถานีวิทยุสไมล์ออนเรดิโอทุกท่านครับ ช่วงนี้หน้าฝน หลายพื้นที่มักเผชิญกับปัญหาน้ำท่วมขังบนพื้นผิวการจราจร ปัญหาปวดใจของผู้ใช้รถคือเมื่อเจอน้ำขังด้านหน้า “เราควรลุยต่อหรือพอแค่นี้?” วันนี้สไมล์ออนเรดิโอมีคู่มือประเมินระดับน้ำท่วมขังจากสำนักสวัสดิภาพการขนส่งทางบก (สนท.) มาฝากกัน เพื่อให้ทุกคนเดินทางกลับบ้านได้อย่างปลอดภัยและรถไม่ดับกลางทางครับ

มาตรวัดระดับน้ำท่วม ลุยได้แค่ไหน?
ระดับ 5 – 10 ซม.
- ขับผ่านได้ทุกคัน
- ข้อควรระวัง: ต้องระวังไม่ใช้ความเร็วสูง เพราะอาจสูญเสียการควบคุมได้เนื่องจากถนนลื่น
ระดับ 10 – 20 ซม.
- รถทุกประเภทยังขับผ่านได้
- ข้อควรระวัง: รถขนาดเล็กอาจได้ยินเสียงน้ำใต้ท้องรถ และมีโอกาสที่น้ำจะเข้าไปในตัวรถได้
ระดับ 20 – 40 ซม.
- รถอีโคคาร์ (Eco Car) ต้องระวังแต่ยังขับผ่านได้ เนื่องจากส่วนใหญ่ถูกออกแบบให้สูงจากพื้นประมาณ 15 – 17 ซม. ซึ่งอาจทำให้ท่อไอเสียจมน้ำ
- รถกระบะสามารถขับผ่านได้ตามปกติ
ระดับ 40 – 60 ซม.
- รถเก๋งต้องเลี่ยง! ส่วนรถกระบะยังสามารถขับผ่านได้
- เทคนิคการขับ: ควร “ปิดแอร์ขณะขับ” เพื่อป้องกันพัดลมแอร์หน้ารถดูดละอองน้ำเข้าไปในเครื่องยนต์จนทำให้รถดับ และควร “ขับให้ช้าลง” เพื่อลดการเกิดคลื่นน้ำซัดเข้าหน้ารถเข้าสู่ห้องเครื่องยนต์
ระดับ 60 – 80 ซม.
- ไม่ควรขับลุย! เพราะระดับน้ำอาจไหลเข้าห้องเครื่องยนต์และทำให้รถดับได้
- นอกจากนี้ยังเสี่ยงที่ระบบต่างๆ ของตัวรถจะได้รับความเสียหาย หากไม่ชำนาญควรเปลี่ยนเส้นทางทันที
ระดับเกิน 80 ซม.
- อันตราย! ควรใช้เส้นทางอื่นและไม่ควรเสี่ยงขับลุยเด็ดขาด เพราะระดับน้ำสูงถึงฝากระโปรงรถแล้ว
หากประเมินแล้วว่าระดับน้ำสูงเกินกว่าที่รถเราจะรับไหว การยอมเสียเวลาวนรถหาเส้นทางใหม่ หรือจอดพักรอให้ระดับน้ำลดลง ถือเป็นทางเลือกที่ปลอดภัยและคุ้มค่ากว่าการเสี่ยงนำรถไปลุยน้ำจนเครื่องยนต์พังนะครับ
ด้วยความห่วงใยจาก สถานีวิทยุสไมล์ออนเรดิโอ เปิดฟังเพลงเพราะๆ และติดตามอัปเดตข่าวสารกับเราได้ตลอดทั้งวัน ขอให้ทุกท่านเดินทางโดยสวัสดิภาพครับ
ข้อมูลจากสำนักสวัสดิภาพการขนส่งทางบก (สนภ.) : https://ltsb.dlt.go.th/th
